doctornuke
 bcomradio- banglamung community radio 2007   login/logout
 home   |  
Main

เกี่ยวกับชมรม บางละมุง
ข้อมูลความรู้ทั่วไป
กฎระเบียบ วิธีปฏิบัติ
ทำเนียบวิทยุชุมชนไทย
ทำเนียบสมาชิกชมรม

News
ข่าวทั้งหมด
Top 10
ส่งข่าวมาลง

ลิงค์

เว็บที่เกียวข้อง



เว็บบอร์ด
เข้าระบบ/ออกระบบ
ข้อความส่วนตัว
ThainewsV2
07 ต.ค. 2551เสนอผู้นำโสมขาว-จีน-ญี่ปุ่น จัดประชุมช่วย'เอเชีย'สู้วิกฤตการเงิน-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551ระเบิดพลีชีพกลางบ้านส.ส.ปากีฯตาย15บาดเจ็บ60-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุด-ดาวน์โจนส์ดิ่งต่ำกว่าหมื่นจุดรอบ4ปี-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551ตรวจค้นร้านขายสินค้าจีนในฮังการีพบผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนเมลามีน-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551น้ำมันดิบดิ่งแตะ$87ต่อบาร์เรล-กังวลดีมานด์โลก-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551กรุงเทพฯมีฝนตกในร้อยละ40ของพื้นที่ส่วนมากช่วงบ่ายถึงค่ำ-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551ด่วน!!ตำรวจงัดไม้โหดยิงแก๊สน้ำตาสลายชุมนุมพันธมิตรฯ-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551เพนท์รักด้วยหัวใจ ความอาลัยครั้งสุดท้ายก่อนถึงเชิงตะกอน-ผู้จัดการ
07 ต.ค. 2551มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากเหตุตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่พธม.-ผู้จัดการ
06 ต.ค. 2551รัฐสภาผ่านข้อตกลงAJCEP ห่วงขยะพิษทะลักเข้าไทย-ผู้จัดการ

::ข่าวทั่วไทย::
ข่าววันนี้(cool)
ทัศนะความคิด
ข่าวสุขภาพ
ข่าวกีฬา
ข่าวบันเทิง
ข่าวสังคม
ข่าวการเมือง
ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวการศึกษา
เทคโนโลยี
ข่าวสิ่งแวดล้อม
บทความ
ไลฟ์สไตล์
ภูมิภาค

เลือกรูปแบบภาษา:

·พันธมิตรฯยิงปืนใส่ตร.ที่รัฐสภาเจ็บ2นาย
·ศก.สหรัฐพ่นพิษ เยอรมนีโดดอุ้มแบงก์"ไฮโป เรียลเอสเตท"
·หุ้นไทยตก 23.09 เหลือ 520ต้นๆ
·กองพลาธิการฯยัน"แก๊สน้ำตา"ไม่ทำให้คนขาขาดได้
·ตร.ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่พันธมิตรถอยร่นถึงประตูสภาฯ
·!ด่วน! คาร์บอมบ์ ดับ 1 หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย!
·เอาอีกแล้ว คลิปหลุด อ้น สราวุฒิ มาตรทอง
·ม็อบปิดสภาให้รสนาปีนรั้วออก"ตือ" ขอบ้างหวิดโดนน้ำสาด
·'บิ๊กจิ๋ว' ยื่นใบลาออก รับผิดชอบสลายพันธมิตรฯ
·ฟุตซอลไทยพ่าย0-8โอกาสเข้ารอบริบหรี่

อ่านต่อ...
 
home  you are here::>>topics> ข่าวชมรม > ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ. .... ©

ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ. ....

Posted on จันทร์ 17 ธ.ค. 07@ 15:06:53 ICT ข่าวชมรม

advertisement

วันนี้ เรามาเกาะติด ร่างพระราชบัญญัติ ที่จะมีผลกระทบต่อพวกเราอย่างมากครับ

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  .........................................................................................................

..................................  มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ....”

 มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป  มาตรา ๓  ให้ยกเลิก

  (๑) พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๔๙๘   (๒) พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒

  (๓) พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑   (๔) พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๐

 มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้   “กิจการกระจายเสียง” หมายความว่า กิจการกระจายเสียงตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

  “กิจการโทรทัศน์” หมายความว่า กิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

“โครงข่าย” หมายความว่า ระบบการเชื่อมโยงของกลุ่มเครื่องส่งหรือถ่ายทอดสัญญาณเสียงหรือภาพที่ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ใช้ในการส่งข่าวสาร สาธารณะหรือรายการจากสถานีไปยังเครื่องรับ ไม่ว่าจะโดยสื่อตัวนำที่เป็นสาย  คลื่นความถี่  แสง

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือสื่อตัวนำอื่นใด แต่ไม่รวมถึงวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ติดตั้งเป็นพิเศษเพื่อการรับสัญญาณเสียงหรือภาพ   “เจ้าของโครงข่าย” หมายความว่า บุคคลที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองหรือผู้มีสิทธิ

ในการดำเนินกิจการโครงข่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์หรือไม่ก็ตาม   “สถานี” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้สำหรับทำการส่งข่าวสารสาธารณะหรือรายการของการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านโครงข่ายของตนเองหรือ

ของผู้อื่นก็ตาม   “กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อ

ประโยชน์สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

  “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม   “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ

  “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ   “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ

  “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  มาตรา ๕  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย  ให้กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้  เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๒๑  มาตรา  ๓๗  มาตรา  ๓๘  หมวด ๓ การส่งเสริมและควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพและการคุ้มครองผู้เสียหายจากการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  หมวด ๔  การสร้างโครงข่ายพื้นฐาน  การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  หมวด  ๕ 

การส่งเสริมและการพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  หมวด  ๖ การกำกับดูแล  และ หมวด  ๗  บทกำหนดโทษ

  การให้บริการอื่นที่มิได้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์จากหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง  ให้กรมประชาสัมพันธ์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖  ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

  ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำประกาศต่างๆตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย   ประกาศนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 มาตรา ๗  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๑

การอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์    มาตรา ๘  ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ดังนี้

  (๑)  การประกอบกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ซึ่งได้รับการจัดสรรสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๐

  (๒) การประกอบกิจการโดยไม่ใช้คลื่นความถี่ตาม (๑) รวมถึงการประกอบกิจการโดยใช้คลื่นความถี่ซึ่งได้รับการจัดสรรสำหรับกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๕ มาตรา ๙  ผู้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ด้วยตนเอง โดยจะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้

ส่วนที่ ๑ กิจการที่ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

   มาตรา ๑๐  ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา ๘ (๑) มีสามประเภทดังนี้  (๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ ได้แก่ ใบอนุญาตที่ออกให้สำหรับการประกอบกิจการที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความรู้การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา สุขภาพ อนามัย กีฬา ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงของรัฐ การประกอบอาชีพ เผยแพร่ข่าวสาร ประโยชน์ของท้องถิ่น หรือประโยชน์สาธารณะอื่นใด

 (๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน ได้แก่ ใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการต้องจัดรายการที่มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับการประกอบกิจการบริการสาธารณะ แต่ต้องเป็นประโยชน์ตามความต้องการของชุมชนหรือท้องถิ่นที่รับบริการ  (๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจ ได้แก่ ใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการ

ตามวัตถุประสงค์ของผู้ประกอบกิจการเพื่อแสวงหากำไรในทางธุรกิจ  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด อย่างน้อยแบ่งเป็นสองประเภท        (ก) ใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจระดับชาติ ออกให้สำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทุกภาคของประเทศ

       (ข) ใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจระดับภูมิภาค ออกให้สำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่มีพื้นที่การให้บริการไม่เกินสามจังหวัด มาตรา ๑๑  ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ ต้องเป็น

 (๑)  กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐที่มิใช่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 (๒)  สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการบริการสาธารณะโดยไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจซึ่งมีความเหมาะสมกับการประกอบกิจการบริการสาธารณะตามลักษณะและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  (๓) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านการเรียนการสอนหรือการเผยแพร่ความรู้สู่สังคม ตามลักษณะและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

   มาตรา ๑๒  ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน ต้องเป็นสมาคม มูลนิธิ นิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร หรือกลุ่มคนในท้องถิ่น

ที่ไม่เป็นนิติบุคคล  ซึ่งรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน  ทั้งนี้  ต้องมีความเหมาะสมกับ การประกอบกิจการบริการชุมชนตามลักษณะที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ในการกำหนดลักษณะตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการคำนึงถึงประโยชน์ในการส่งเสริมการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชนในชุมชนหรือในท้องถิ่น รวมทั้งป้องกันการครอบงำการประกอบกิจการดังกล่าว มาตรา ๑๓  ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจในกิจการกระจายเสียงระดับภูมิภาคต้องเป็นนิติบุคคลที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีระบบการตรวจสอบบัญชี และมีลักษณะอื่นใดซึ่งประกันความมั่นคงในการประกอบกิจการตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  (๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทอื่นนอกจาก (๑) ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

มาตรา ๑๔  ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ (๒) และ (๓) และมาตรา ๑๒

ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้  (๑) บุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีสัญชาติไทย

 (๒) ไม่มีกรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันผู้ขอรับใบอนุญาตที่เคยเป็นกรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันของผู้ได้รับใบอนุญาตอื่นซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตอันเป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้นและระยะเวลาการถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบกำหนดสามปี  (๓) ไม่อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบกำหนดสามปี

มาตรา ๑๕  ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๓ นอกจากต้องมีลักษณะตามมาตรา ๑๔ แล้ว ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) มิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

(๒) มีบุคคลผู้มีสัญชาติไทยมีหุ้นอันเป็นทุนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของนิติบุคคลนั้น (๓) มีบุคคลผู้มีสัญชาติไทยมีอำนาจตามกฎหมายหรือข้อบังคับหรือตามข้อตกลงในการออกเสียงลงคะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนคะแนนเสียงที่มีสิทธิออกเสียงในนิติบุคคลนั้น

ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๓ เป็นบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยและมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด คณะกรรมการอาจกำหนดข้อห้ามมิให้กระทำการที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการ

โดยคนต่างด้าวให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติได้

มาตรา ๑๖  กรรมการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น   

มาตรา ๑๗  การยื่นคำขอรับใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยต้องให้ผู้ขอรับใบอนุญาตระบุสถานี ระบบ และวิธีการที่จะใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งต้องเสนอแผนบริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ให้คณะกรรมการพิจารณาด้วย   ประกาศตามวรรคหนึ่งต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์และแผนความถี่วิทยุตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

มาตรา ๑๘  การอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยใช้ คลื่นความถี่ ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโดยคำนึงถึงภารกิจหรือวัตถุประสงค์ของ

การประกอบกิจการ และเป็นไปตามสัดส่วนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม  ดังต่อไปนี้

  (๑) การออกใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ ให้คำนึงถึงหน้าที่ตาม กฎหมายหรือความจำเป็นเพื่อการบริการสาธารณะ โดยใช้คลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้สำหรับภาครัฐ 

  (๒) การออกใบอนุญาตประกอบกิจการภาคชุมชน ให้คำนึงถึงความหลากหลายและการส่งเสริมการบริการชุมชน โดยใช้คลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้สำหรับภาคประชาชน   (๓) การออกใบอนุญาตประกอบกิจการบริการธุรกิจ ให้คำนึงถึงการส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และสนับสนุนให้มีการประกอบกิจการประเภทที่ให้บริการข่าวสารและสาระในสัดส่วน

ที่เหมาะสม โดยใช้คลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้สำหรับภาคเอกชน  มาตรา ๑๙  ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงให้มีอายุไม่เกินเจ็ดปี

ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ให้มีอายุไม่เกินสิบห้าปี   ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่อย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้คณะกรรมการพิจารณามีคำสั่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในระหว่างนั้น ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าคณะกรรมการจะสั่งไม่อนุญาต  ในการสั่งไม่อนุญาตให้คณะกรรมการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตามส่วนด้วย

  การยื่นคำขอรับใบอนุญาตและการพิจารณามีคำสั่งตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด   การกำหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการคำนึงถึงระยะเวลาที่คุ้มกับการลงทุน และความเสมอภาคในการแข่งขันกับผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน

มาตรา ๒๐  ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

มาตรา ๒๑  ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน และกรมประชาสัมพันธ์จะประกอบกิจการทางธุรกิจด้วยการหารายได้จากการโฆษณาไม่ได้  เว้นแต่การประชาสัมพันธ์ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์  มาตรา ๒๒  ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจ ต้องนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละห้าของรายได้จากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม  เพื่อเป็นเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการบริการสาธารณะและการประกอบกิจการบริการชุมชน

         ในกรณีเป็นการประกอบกิจการทางธุรกิจแบบบอกรับเป็นสมาชิก  เงินรายปีตามวรรคหนึ่งให้คำนวณจากค่าสมาชิก  รายได้จากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม  และค่าบริการอื่นที่เรียกเก็บก่อนหักรายจ่าย การกำหนดอัตราการนำส่งเงินรายปีให้คณะกรรมการคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อ 

การประกอบกิจการแต่ละประเภท  มาตรา ๒๓  ในการประกอบกิจการทางธุรกิจ ให้ดำเนินการหารายได้โดยการโฆษณาหรือโดยวิธีอื่นใดได้  ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการหารายได้โดยคำนึงถึงต้นทุนในการให้บริการและการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้รับใบอนุญาตและผู้บริโภคประกอบด้วย

 มาตรา ๒๔  ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานสถานะทางการเงินโดยแสดงรายรับและรายจ่ายที่ถูกต้องตามความเป็นจริงเสนอต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ส่วนที่ ๒

กิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์   

มาตรา ๒๕  ในการออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ซึ่งไม่ใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ตามกฎหมาย

ว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นขอรับใบอนุญาต   เมื่อผู้ประสงค์จะประกอบกิจการได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการได้

 มาตรา ๒๖  ให้นำความในมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามมาตรา ๒๕    ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่อย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้คณะกรรมการพิจารณา

ออกใบอนุญาตให้ใหม่ภายในสิบห้าวัน  เว้นแต่ ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๔ หรือถูกพักใช้ใบอนุญาตเกินกว่าสองครั้ง  ในระหว่างคณะกรรมการพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าคณะกรรมการจะสั่งไม่อนุญาต  ในการสั่งไม่อนุญาตให้คณะกรรมการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตามส่วนด้วย  มาตรา ๒๗  เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) สัดส่วนรายการและผังรายการ (๒) การหารายได้

(๓) การบันทึกรายการที่ออกอากาศไปแล้วและระยะเวลาในการเก็บรักษาบันทึกนั้น   ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งที่มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการ

ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าบริการ แบบของสัญญา หรือเงื่อนไขในการให้บริการได้   ผู้รับใบอนุญาตอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ สัญญา หรือเงื่อนไขในการให้บริการของผู้รับใบอนุญาตได้ภายในหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามวรรคสอง  แต่ต้องไม่กระทบ กระเทือนสิทธิของสมาชิกภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อตกลงที่มีอยู่เดิม

มาตรา ๒๗/๑  ให้นำความในมาตรา  ๒๒  มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา ๒๕ ส่วนที่ ๓

การบริหารสถานี   

มาตรา ๒๘  ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งบุคคลหนึ่งซึ่งมีสัญชาติไทยและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ เป็นผู้อำนวยการสถานีประจำแต่ละสถานีเพื่อควบคุมดูแลให้มีการออกอากาศให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต และจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแล การจัดรายการ การดำเนินรายการ และการออกอากาศของสถานีให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและประกาศต่าง ๆ ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  มาตรา ๒๙  ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้อำนวยการสถานีตามมาตรา ๒๘ หรือไม่มีผู้อำนวยการสถานี ผู้รับใบอนุญาตอาจแต่งตั้งบุคคลหนึ่งซึ่งมีสัญชาติไทย  และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสถานีชั่วคราวก็ได้  ทั้งนี้ ให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานีหรือผู้อำนวยสถานีคนใหม่ แล้วแต่กรณี ให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์หรือวันที่เกิดเหตุนั้น

 มาตรา ๓๐  ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดในการกระทำของผู้อำนวยการสถานีหรือผู้อำนวยการสถานีชั่วคราวที่ได้กระทำไปในการควบคุมดูแลและบริหารกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์เสมือนเป็นการกระทำของตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าว ตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วยและได้ใช้ความระมัดระวังในการป้องกันตามสมควรแล้ว ส่วนที่ ๔

การป้องกันการผูกขาด   

 มาตรา ๓๑  ในการประกอบกิจการของผู้รับใบอนุญาต นอกจากต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าแล้ว  ให้คณะกรรมการกำหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะ  การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์เพื่อมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

 (๑) การอุดหนุนบริการให้มีราคาต่ำกว่าต้นทุน  (๒) การถือครองธุรกิจในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกัน

 (๓) พฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน เช่น การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการกีดกันการแข่งขัน หรือการทำสัญญาในลักษณะการกีดกันการแข่งขัน   การกระทำใดที่ถือว่าเป็นการครอบงำกิจการหรือผูกขาดการประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด 

         มาตรา ๓๒  ในการออกใบอนุญาต  ให้คณะกรรมการส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน  โดยพิจารณาอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

  (๑) การถือครองธุรกิจในกิจการประเภทเดียวกัน   (๒) การถือครองธุรกิจข้ามสื่อ

   หมวด ๒

รายการของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์   

 มาตรา ๓๓  ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำผังรายการให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาต  ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท ผังรายการตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  (๑) กำหนดเวลาออกอากาศประจำวัน   (๒) ลักษณะของรายการประเภทข่าว ความรู้ บันเทิง และสัดส่วนเวลาในการโฆษณา

  (๓) ช่วงเวลาที่จะออกรายการแต่ละประเภท ในกรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดช่วงเวลาของการออกอากาศรายการบางประเภทได้

  ให้ผู้รับใบอนุญาตเสนอผังรายการให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบอย่างน้อยสิบห้าวันก่อนวันเริ่มให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์   ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผังรายการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขผังรายการให้ถูกต้องได้ เมื่อคณะกรรมการเห็นชอบกับผังรายการที่ได้แก้ไขแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตเริ่มให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามผังรายการที่คณะกรรมการเห็นชอบแล้วได้  

 มาตรา ๓๔  ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผังรายการตามมาตรา ๓๓ ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาก่อนทำการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้นำความในมาตรา ๓๓ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ผู้รับใบอนุญาตอาจดำเนินรายการที่แตกต่างจากผังรายการได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๓๕  ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แต่ละประเภทต้องจัดผังรายการให้มีสัดส่วนรายการ ดังนี้ (๑) ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะต้องกำหนดให้มีรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ

  (๒) ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนต้องกำหนดให้มีรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนหรือท้องถิ่นที่รับบริการในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ   (๓) ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจต้องกำหนดให้มีรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ

  ผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจระดับภูมิภาคต้องมีรายการที่ผลิตเองไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ

  มาตรา ๓๖  ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสรรเวลาให้ผู้ผลิตรายการ ในส่วนที่เกี่ยวกับสัดส่วนของรายการ ช่วงเวลาการออกอากาศ การจัดสรรเวลาให้ผู้ผลิตรายการภายนอก และค่าตอบแทนการใช้เวลาออกอากาศ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ  เพื่อประโยชน์ในมาตรานี้ ผู้ผลิตรายการภายนอกหมายถึง ผู้ผลิตรายการที่มิได้เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือบริษัทในเครือของผู้รับใบอนุญาต

  ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ด้วย  มาตรา ๓๗  ในกรณีที่มีภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉินหรือมีกรณีอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดซึ่งมีความจำเป็นต้องออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ เมื่อหน่วยงาน

ของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามที่ร้องขอนั้น  มาตรา ๓๘ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้คนพิการและคนด้อยโอกาสในการเข้าถึงหรือรับรู้รายการของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้  ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดมาตรการใดๆ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบริการที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของบุคคลดังกล่าว

 มาตรา ๓๙  ในกรณีที่รายการใดที่กำลังออกอากาศอยู่เป็นรายการที่ขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง  ซึ่งมีลักษณะเป็นการยุยงส่งเสริมให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน  ก่อให้เกิดการล้มล้างระบบการปกครองสถาบันพระมหากษัตริย์  ศาสนา  หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร  ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งในหรือนอกราชอาณาจักร  และผู้รับใบอนุญาตมิได้ดำเนินการให้มีการระงับการออกอากาศรายการนั้น  ให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจสั่งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือให้ระงับการออกอากาศรายการดังกล่าวได้ทันที ในกรณีที่มีคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการมอบหมายส่งหรือยืนยันคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือไปยังคณะอนุกรรมการจริยธรรมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเจ็ดวัน กรณีที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมเห็นว่าคำสั่งระงับการออกอากาศไม่ถูกต้อง ให้คณะอนุกรรมการ

จริยธรรมมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งนั้น และให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการมอบหมายแจ้งการเพิกถอนคำสั่ง ไปยังผู้รับใบอนุญาตโดยพลัน  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมประกาศกำหนด

  ในกรณีที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้เป็นที่สุด และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการตามวรรคหนึ่งหรือคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการจริยธรรม แล้วแต่กรณี  แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้รับใบอนุญาตที่จะโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวไปยังศาลปกครอง มาตรา ๔๐  ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการบันทึกรายการที่ได้ออกอากาศไปแล้ว

โดยอาจบันทึกไว้ในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์อย่างอื่น หรือด้วยวิธีการใดๆ ที่สามารถถ่ายทอดกลับมาเป็นรายการนั้นได้ และเก็บรักษาไว้เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบได้  รายการที่ต้องจัดให้มีการบันทึกตามวรรคหนึ่ง  และระยะเวลาในการเก็บรักษาการบันทึกนั้น

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันและต้องไม่เป็นภาระแก่ผู้รับใบอนุญาตเกินความจำเป็น หมวด ๓

การส่งเสริมและควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และการคุ้มครองผู้เสียหายจากการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

   ส่วนที่ ๑

การส่งเสริมและควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพ   

มาตรา ๔๑  เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ และเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการประกอบวิชาชีพที่มีผลกระทบอันสำคัญ ต่อสังคม รวมทั้งให้มีหลักประกันมิให้มีการล่วงละเมิดต่อเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็น

คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดให้การประกอบอาชีพใดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพตามที่คณะกรรมการกำหนด เว้นแต่การประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพนั้นแล้ว  มาตรา ๔๒  ให้มีคณะอนุกรรมการจริยธรรมคณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการจำนวน

สิบสามคน ซึ่งมาจาก (๑) ผู้ประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จำนวนห้าคน  โดยต้องมาจากผู้ประกอบวิชาชีพต่างสาขากัน  และต้องไม่เป็นพนักงาน  ลูกจ้าง  หรือบริษัทในเครือเดียวกัน ดังนี้

     (ก) สาขาวิทยุสาธารณะ จำนวน ๑  คน      (ข) สาขาวิทยุชุมชน จำนวน ๑ คน

     (ค) สาขาวิทยุธุรกิจ จำนวน ๑  คน      (ง) สาขาโทรทัศน์ จำนวน ๑ คน

     (จ) สาขาโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จำนวน ๑  คน (๒) ผู้รับใบอนุญาต จำนวนห้าคน  โดยต้องมาจากผู้รับใบอนุญาตต่างประเภทกัน และต้องไม่เป็นพนักงาน  ลูกจ้าง  หรือบริษัทในเครือเดียวกัน ดังนี้

     (ก) ประเภทกิจการวิทยุสาธารณะ จำนวน ๑  คน      (ข) ประเภทกิจการวิทยุชุมชน จำนวน ๑ คน

     (ค) ประเภทกิจการวิทยุธุรกิจ จำนวน ๑  คน      (ง) ประเภทกิจการโทรทัศน์ จำนวน ๑ คน

     (จ) ประเภทกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จำนวน ๑  คน                    อนุกรรมการตาม  (๑) (ค) (ง) และ(จ) และ (๒) (ค) (ง) และ(จ)  ต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหรือของบริษัทในเครือเดียวกัน

(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศึกษา วัฒนธรรม นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน หรือการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งไม่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ  หรือเป็นกรรมการ  ผู้บริหาร   พนักงาน  ลูกจ้างของผู้รับใบอนุญาต โดยการคัดเลือกของที่ประชุมอนุกรรมการตาม  (๑) และ  (๒)  จำนวนสามคน   ให้คณะอนุกรรมการเลือกอนุกรรมการกันเองเป็นประธานอนุกรรมการและรองประธานอนุกรรมการ  ตำแหน่งละหนึ่งคน

ให้คณะอนุกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี อนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน   ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับการประชุม

การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตำแหน่งมาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการจริยธรรมโดยอนุโลม ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

มาตรา ๔๓  คณะอนุกรรมการจริยธรรมมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้  (๑) เสนอแนะการกำหนดวิชาชีพและข้อบังคับเกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพตามมาตรา ๔๑

ต่อคณะกรรมการ (๒) พิจารณาสอบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการในการกำหนดมาตรการ และมีคำสั่งกรณีมีการฝ่าฝืนจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

 (๓) พิจารณาและวินิจฉัยคำสั่งของกรรมการตามมาตรา ๓๙ (๔) ดำเนินการสอบสวนกรณีตามมาตรา ๔๕

 (๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการเยียวยาผู้เสียหายตามมาตรา ๕๑  มาตรา ๔๔  ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมและกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๔๑ ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพและต้องไม่ดำเนินการใดในลักษณะเป็นการบังคับ จูงใจ ใช้ หรือสนับสนุนให้บุคคลดังกล่าวประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

 มาตรา ๔๕  ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมมีอำนาจสอบสวนและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาในกรณีดังต่อไปนี้   (๑) เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๔๑ ยื่นคำร้องเป็นหนังสือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกผู้รับใบอนุญาตกระทำการใดๆ ตามมาตรา ๔๔ เพื่อให้ประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

  (๒) เมื่อปรากฏแก่คณะอนุกรรมการจริยธรรม  หรือมีผู้ร้องเรียนว่าผู้ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๔๑ ประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หรือผู้รับใบอนุญาตกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา ๔๔

  มาตรา ๔๖  ในกรณีที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมเห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๔๑ ประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หรือผู้รับใบอนุญาตกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๔๔ ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้รับใบอนุญาตกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพหรือเกิดความเป็นธรรม รวมทั้งอาจกำหนดมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีกได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ภาคทัณฑ์

(๒) ประกาศผลคำวินิจฉัยโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน (๓) ปรับทางปกครอง

(๔) พักการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตไม่เกินเก้าสิบวัน (๕) เพิกถอนการอนุญาต

ในการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ  ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่งได้เฉพาะ (๑) หรือ (๒)  ตามควร แก่กรณี

ในการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๔๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่งได้ตามควรแก่กรณี 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามประกาศ ที่คณะกรรมการกำหนด

คำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรานี้ ให้เป็นที่สุด มาตรา ๔๗  ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าความเห็นของคณะอนุกรรมการจริยธรรมยังมีข้อเท็จจริงไม่เพียงพอหรือมีข้อโต้แย้ง ให้คณะกรรมการส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือพิจารณาข้อโต้แย้งดังกล่าว

มาตรา ๔๘  ในการพิจารณาเพื่อกำหนดมาตรการตามมาตรา ๔๖ คณะกรรมการต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำ ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ตลอดจนความรับผิดอื่นที่ผู้กระทำผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพได้รับ  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด   

มาตรา ๔๙  ผู้ประกอบวิชาชีพและผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา  ๔๖ อาจคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองได้ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ส่วนที่ ๒

การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย   

มาตรา ๕๐  ผู้ที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากรายการที่ออกอากาศเป็นเท็จหรือ ละเมิดสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคล

อาจร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการจริยธรรมเพื่อพิจารณาได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการออกอากาศรายการหรือวันที่รู้เหตุแห่งความเสียหายนั้น   หลักเกณฑ์และวิธีการร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการจริยธรรม ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๕๑  ในการพิจารณาคำร้อง คณะอนุกรรมการจริยธรรมต้องให้คู่กรณี มีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้ชี้แจงหรือโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน

ที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมกำหนด   ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาคำร้องให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่การรับฟังคำชี้แจงหรือโต้แย้งหรือนับแต่วันที่พ้นกำหนดการให้มาชี้แจงหรือโต้แย้งตามวรรคหนึ่ง

  เมื่อคณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาเสร็จแล้ว หากเห็นว่าผู้ร้องเรียนไม่ได้รับความเสียหายให้ยกคำร้องเสีย แต่หากเห็นว่าผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหายจริง ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรม ส่งเรื่องให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย

หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการเยียวยาความเสียหาย ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมเสนอความเห็นพร้อมทั้งเหตุผลต่อคณะกรรมการ   หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของคณะอนุกรรมการจริยธรรม

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  มาตรา ๕๒  ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมเสนอ

ตามมาตรา ๕๑ ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน และแจ้งคำวินิจฉัยให้คู่กรณีทราบ   ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหายจากการออกอากาศ

ดังกล่าว คณะกรรมการอาจมีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตออกอากาศโฆษณาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้             หมวด ๔

    การสร้างโครงข่ายพื้นฐาน การใช้ และเชื่อมต่อโครงข่าย ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

   มาตรา ๕๓  ในการดำเนินกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ถ้าผู้รับใบอนุญาต

มีเหตุต้องปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดและจำเป็นต้องใช้สิทธิตามมาตรานี้  ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำแผนผังแสดงรายละเอียดของลักษณะทิศทาง และแนวเขตในการปักหรือตั้งเสา เดินสาย วางท่อ และการติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใด เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิดำเนินการต่อไปได้โดยให้นำความในหมวด ๔ ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม  ทั้งนี้ โดยให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ และสิทธิหน้าที่ใดที่กำหนดให้เป็นของผู้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้   

มาตรา ๕๔  เจ้าของโครงข่ายต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายของตนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด   เจ้าของโครงข่ายอาจปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายได้เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

  (๑) โครงข่ายที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การให้ผู้รับใบอนุญาตใช้หรือเชื่อมต่อ   (๒) การใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายอาจก่อให้เกิดการรบกวนหรือเป็นเหตุขัดขวาง

การให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ของผู้รับใบอนุญาต   (๓) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  ให้เจ้าของโครงข่ายซึ่งปฏิเสธไม่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายตามวรรคสองมีหน้าที่ พิสูจน์ถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

การเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและเป็นธรรมต่อเจ้าของโครงข่ายกับผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย และต้องมีความเท่าเทียมกันในระหว่างผู้รับใบอนุญาตทุกราย   การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้รับใบอนุญาตและเจ้าของโครงข่ายที่เกี่ยวข้องด้วย

 มาตรา ๕๕  ในกรณีที่มีการปฏิเสธไม่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายหรือมีข้อที่ตกลงกันไม่ได้ในการเจรจาทำสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย คู่กรณีมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด   การวินิจฉัยให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและ

การป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย   ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีกรณีจำเป็น คณะกรรมการอาจสั่งให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายไปพลางก่อนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดได้

 มาตรา ๕๖  ข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายต้องมีลักษณะดังนี้   (๑) ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือกีดกันผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

  (๒) ข้อกำหนดทางเทคนิค ณ จุดที่มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายต้องชัดเจน มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค และไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายเกินสมควร

  (๓) มีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายและเจ้าของโครงข่ายที่ชัดเจน   (๔) มีการกำหนดอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายตามมาตรา ๕๔ วรรคสี่

  (๕) ลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด   ให้เจ้าของโครงข่ายจัดส่งสำเนาข้อตกลงให้คณะกรรมการภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการลงนามในข้อตกลง ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นไปตามลักษณะในวรรคหนึ่ง คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด  ให้เจ้าของโครงข่ายปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ แต่ถ้าผู้ขอใช้หรือขอเชื่อมต่อโครงข่ายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ ให้ข้อตกลงนั้นเป็นอันสิ้นผล

 มาตรา ๕๗  เจ้าของโครงข่ายต้องเปิดเผยข้อตกลงการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย รวมทั้งอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายตามวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 มาตรา ๕๘  ในกรณีที่ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปเป็นเหตุให้ค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๔ วรรคสี่ และคู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ให้คู่กรณีร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด  มาตรา ๕๙  เจ้าของโครงข่ายต้องแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและจำเป็นในการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายให้ผู้รับใบอนุญาตที่ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายทราบ

  เจ้าของโครงข่ายต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้การใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ   ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงข่ายอันมีผลกระทบต่อการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย เจ้าของโครงข่ายต้องแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตที่ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายทราบแต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขนั้นจะมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ ให้เจ้าของโครงข่ายประกาศให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือน

 มาตรา ๖๐  เพื่อประโยชน์ในการรับบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของผู้บริโภคและการคุ้มครองรักษาสิ่งแวดล้อม  เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน สถานที่สิ่งก่อสร้าง เสาหรือโครงสร้างอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมในการรับ ส่งหรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพ หากยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของโครงข่ายรายใดใช้ประโยชน์ในการติดตั้งวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อรับ ส่ง หรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพก็ต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของโครงข่ายรายอื่นติดตั้งวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน  ทั้งนี้ เมื่อได้รับค่าตอบแทนอันเหมาะสมแล้ว   เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ตามวรรคหนึ่ง อาจปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของโครงข่ายรายหนึ่งรายใดใช้ที่ดิน สถานที่สิ่งก่อสร้าง เสาหรือโครงสร้างอื่นในทำนองเดียวกันได้ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

 (๑) การติดตั้งวัสดุหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมจะก่อให้เกิดอันตราย หรือรบกวน หรือมีผลเป็นการลดประสิทธิภาพของระบบที่ติดตั้งอยู่เดิม  (๒) ก่อให้เกิดภาระหรือขัดขวางการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเกินความจำเป็นให้นำความในมาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๖๑  ในการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการร่วมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กำหนด มาตรา ๖๒  ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม  หรือเจ้าของโครงข่าย ให้บริการการส่งหรือการแพร่ข่าวสารสาธารณะหรือรายการที่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เป็นผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๕ การส่งเสริมและการพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

    มาตรา ๖๓  ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและการพัฒนากิจการ

ขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ แต่ละคณะประกอบด้วยประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ประเภทต่างๆ จำนวนไม่เกิน

สิบเอ็ดคน ซึ่งได้รับการเสนอจากที่ประชุมคณบดีนิเทศศาสตร์หรือคณะวารสารศาสตร์ของสถาบัน อุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอน

ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ   ให้นำความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับการสรรหาคณะอนุกรรมการส่งเสริมและการพัฒนากิจการ

 มาตรา ๖๔  คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนากิจการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้   (๑) จัดให้มีการประเมินความมีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ เช่น ความหลากหลายของการแสดงความเห็น การช่วยเหลือคนพิการ

การรับเรื่องร้องเรียน การเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นต้น   (๒) จัดให้มีการประเมินคุณภาพรายการ โดยพิจารณาถึงประโยชน์ต่อสังคมและศีลธรรมอันดีของประชาชน

  (๓) จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้รับใบอนุญาต ผู้ประกอบอาชีพ และผู้บริโภคในการดำเนินการตาม (๑) และ (๒)   (๔) จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกอบกิจการและคุณภาพรายการของกรมประชาสัมพันธ์ และให้คณะกรรมการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

  (๕) จัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ   การประเมินและการรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีการแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏทั้งในเรื่องประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์กร การได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และรายละเอียดอื่นที่จำเป็น

 มาตรา ๖๕  ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนากิจการแล้ว ให้คณะกรรมการประกาศผลการพิจารณารายงานดังกล่าวไม่ว่าคณะกรรมการจะ เห็นด้วยกับรายงานของคณะอนุกรรมการหรือเห็นเป็นอย่างอื่นก็ตาม

  ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ารายการใดเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือสมควรส่งเสริมให้มีการผลิตรายการ คณะกรรมการอาจพิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด หมวด ๖

การกำกับดูแล   

 มาตรา ๖๖  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการละเมิดบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้  ให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้

  (๑) เรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา   (๒) เข้าไปในสถานีในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือเวลาทำการของสถานีหรือที่ทำการของผู้รับใบอนุญาตนั้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

  การเข้าไปในสถานี  เพื่อตรวจข้อเท็จจริงของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ   จำต้องมีหมายค้นซึ่งออกโดยศาล  มาตรา ๖๗  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้   (๑) เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ประกอบการของผู้รับใบอนุญาต ในระหว่างเวลา      พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ    การกระทำความผิด ค้นวัตถุที่ใช้ในการกระทำความผิด วัตถุที่มีไว้เป็นความผิดหรือวัตถุที่จะนำไปใช้กระทำความผิด  รวมทั้งการกระทำใดที่อาจเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามข้อที่กำหนดในการอนุญาต

  (๒) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้   ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก

ตามสมควร   เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (๑) แล้วยังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้

  การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรานี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวต้องกำหนดตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่จะใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรานี้ และต้องกำหนดเหตุผลและความจำเป็นที่จะมีสิทธิใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรานี้ในแต่ละกรณีด้วย

 มาตรา ๖๘  ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง  และในกรณีของการเข้าไปในอาคารสถานที่ประกอบการของผู้รับใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง  พนักงานจำต้องแสดงหมายค้นด้วย   บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 มาตรา ๖๙  ผู้ใดกระทำให้เกิดการรบกวนต่อการรับส่งหรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพของผู้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นระงับการกระทำ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ใช้ในการกระทำนั้น หรือให้ย้ายสิ่งดังกล่าวออกไปให้พ้นเขตรบกวนหรือสั่งให้บุคคลนั้นหรือบุคคลอื่นกระทำการอย่างใดเท่าที่จำเป็นเพื่อแก้ไขการรบกวนนั้นได้แต่ถ้าสิ่งที่ก่อให้เกิดการรบกวนนั้นเป็นกิจการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายนั้นพิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการแก้ไขต่อไป  มาตรา ๗๐  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการ

และพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๗

บทกำหนดโทษ   

ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง

    มาตรา ๗๑  โทษปรับทางปกครอง มีดังต่อไปนี้

  (๑) โทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท   (๒) โทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินห้าแสนบาท

  (๓) โทษปรับทางปกครองชั้น ๓ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทแต่ไม่เกินห้าล้านบาท  มาตรา ๗๒  ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใด

  (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๔  (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม   (๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง

  ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๑  มาตรา ๗๓  ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใด

  (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ หรือมาตรา ๔๔   (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรการ หรือประกาศที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑

หรือมาตรา ๕๗   (๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตาม

มาตรา ๓๓ วรรคห้า มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๖  มาตรา ๕๒ วรรคสอง  ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๒

 มาตรา ๗๔  ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใด   (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๙ วรรคสอง มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๖๒

  (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง   (๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๕๕

  ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๓  มาตรา ๗๕  ถ้าการกระทำความผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่อง

และคณะกรรมการได้พิจารณาสั่งลงโทษปรับทางปกครองสำหรับความผิดนั้น  ผู้กระทำต้องระวางโทษ ปรับรายวันอีกในอัตราดังต่อไปนี้ นับแต่วันที่มีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองดังกล่าว ตลอดเวลาที่ยัง

ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง   (๑) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ให้ปรับวันละไม่เกินห้าพันบาท

  (๒) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ให้ปรับวันละไม่เกินสองหมื่นบาท   (๓) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๓ ให้ปรับวันละไม่เกินห้าหมื่นบาท

  ให้คณะกรรมการดำเนินการบังคับให้มีการชำระค่าปรับรายวันทุกสิบห้าวัน  มาตรา ๗๖  ให้สำนักงานเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาสั่งลงโทษทางปกครอง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  ในการพิจารณาสั่งลงโทษทางปกครอง คณะกรรมการต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำนั้นมีลักษณะดังต่อไปนี้ คณะกรรมการอาจตักเตือนผู้กระทำความผิดโดยไม่ลงโทษปรับทางปกครองก็ได้   (๑) เป็นความผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑

  (๒) มิใช่ความผิดต่อเนื่อง   (๓) เป็นการกระทำความผิดเป็นครั้งแรกซึ่งกระทำโดยไม่จงใจ และ

  (๔) ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย  มาตรา ๗๗  เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองสำหรับผู้รับใบอนุญาต

ผู้ใดแล้ว ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจมีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตผู้นั้น กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดอย่างเดียวกันซ้ำอีกได้  มาตรา ๗๘  คณะกรรมการอาจพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้   (๑) ผู้รับใบอนุญาตเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๗๗

  (๒) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือหลักเกณฑ์ หรือคำสั่งที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้อีก หรือกรณีที่เกิดความเสียหายร้ายแรง

  (๓) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัตินี้   (๔) ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจที่เป็นบริษัทฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ และ

มาตรา ๑๖   การสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดแต่ต้องไม่เกินครั้งละสามสิบวัน

 มาตรา ๗๙  ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมชำระค่าปรับทางปกครอง หรือชำระไม่ครบถ้วนถูกต้อง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ โดยอนุโลม

ส่วนที่ ๒ โทษอาญา

    มาตรา ๘๐  ผู้ใดใช้คลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ หรือประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ หรือให้บริการนอกเหนือจากกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน

ห้าล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละไม่เกินห้าหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน  มาตรา ๘๑  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙  หรือประกาศของคณะกรรมการที่ออกตามมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามล้านบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละไม่เกินสามหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

 มาตรา ๘๒  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดจงใจกระทำให้เกิดการรบกวนต่อการรับส่งหรือ แพร่สัญญาณเสียงหรือภาพของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละไม่เกินสามหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

 มาตรา ๘๓  ผู้ใดกระทำให้เกิดการรบกวนต่อการรับส่งหรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพ ของผู้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

และปรับวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน  มาตรา ๘๔  ผู้ใดผลิตหรือจำหน่ายหรือรับติดตั้งเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์

เพื่อให้บุคคลอื่นนำไปใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับมอบหมาย จากผู้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับการมีหรือใช้เครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ ตามวรรคหนึ่งเพื่อการศึกษาวิจัยตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

 มาตรา ๘๕  ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าคณะกรรมการเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  บทบัญญัติมาตรานี้ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้เสียหายที่แท้จริงในการใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดนั้น

 มาตรา ๘๖  ในกรณีผู้ที่กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้นเกิดจากการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ  ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

บทเฉพาะกาล   

 มาตรา ๘๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๕ ให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต่อไปได้ตามขอบเขตการให้บริการที่มีอยู่เดิม และเมื่อแผนแม่บท

กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมใช้บังคับแล้ว ให้คณะกรรมการ

ออกใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะให้แก่กรมประชาสัมพันธ์ โดยมีขอบเขตในการประกอบกิจการตามความจำเป็นของภารกิจ  มาตรา ๘๘  ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ประกอบกิจการนั้นได้ต่อไปจนถึงวันที่กำหนดในแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม  ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากคณะกรรมการ 

 มาตรา ๘๙  ผู้ใดได้รับอนุญาต สัมปทานหรือสัญญา จากส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นมีสิทธิประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่ได้รับอนุญาต สัมปทาน

หรือสัญญานั้นต่อไปจนกว่าการอนุญาต สัมปทานหรือสัญญานั้นจะสิ้นสุด โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้   (๑) ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตประกอบกิจการตามพระราชบัญญัตินี้ให้แก่

ผู้ได้รับอนุญาต สัมปทานหรือสัญญา จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐตามลักษณะ ประเภทและขอบเขตของการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาต สัมปทานหรือสัญญา  โดยใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าวให้มีอายุตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ของการอนุญาต สัมปทานหรือสัญญานั้น และให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามมาตรา ๒๐       (๒) มิให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐

แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (๑)   (๓) ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (๑) ยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัมปทานหรือสัญญาที่ทำกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐอยู่ต่อไป  แต่ในการประกอบกิจการ

ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และในกรณีที่สัมปทานหรือสัญญากำหนดให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการอนุมัติหรืออนุญาต ให้อำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นของคณะกรรมการ

  (๔) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (๑) นำเงินส่วนแบ่งรายได้ตามสัมปทานหรือสัญญาที่ทำกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่งเข้ากองทุน มาตรา ๙๐  เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงบริการชุมชนชั่วคราวในระหว่างเวลาที่ยังมิได้จัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ให้มีคณะกรรมการชั่วคราวกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนและการประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา ๘(๒) เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ กวช.” ประกอบด้วย

(๑) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์หรือผู้แทน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือผู้แทน และเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์หรือสื่อสารมวลชน กฎหมายมหาชน เทคโนโลยีการสื่อสาร หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการกำกับกิจการ เป็นกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๓) ต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง  สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งของพรรคการเมือง และต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียทั้งโดยตรงและโดยอ้อมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์แต่งตั้งข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์คนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการ กวช. และแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสม ให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินงานของคณะกรรมการ กวช.

มาตรา ๙๑  ให้คณะกรรมการ กวช. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)  ดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา ๘(๒) เป็นการชั่วคราวตามที่คณะกรรมการ กวช.กำหนด

ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราวและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ตาม (๑) ให้มีอายุไม่เกินหนึ่งปี (๒)  ประกาศกำหนดสัดส่วนรายการและให้ความเห็นชอบผังรายการของผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (๑)

(๓)  ควบคุมดูแลให้การส่งหรือการกระจายเสียงของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราวตาม (๑) เป็นไปตามขนาดกำลังส่งและครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต   ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ กวช.ใช้อำนาจหน้าที่ที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ และให้นำบทบัญญัติในหมวด ๑ การอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ยกเว้นบทบัญญัติมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง บทบัญญัติในหมวด ๒ รายการของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หมวด ๖ การกำกับดูแล และหมวด ๗ บทกำหนดโทษ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการบริการชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

     มาตรา ๙๒  เมื่อได้จัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติขึ้นแล้ว ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กวช. สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติเข้ารับหน้าที่ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่คณะกรรมการ กวช.ได้สั่งการ อนุญาต หรือดำเนินการไปในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ     ....................................

           นายกรัฐมนตรี


 
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ข่าวชมรม
· เสนอข่าวโดย webmaster


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ข่าวชมรม:
ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ. ....

คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

" ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ. ...." | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

ชมรมวิทยุชุมชน อ.บางละมุง (พัทยา) เว็บบอร์ด ข่าวสาร เพื่อชุมชน เพื่อชาติ สงวนลิขสิทธิ์ 2550- Pattaya Banglamung community radio association and webboard. สุขภาพ ข่าวพัทยา pattaya news
คลิปตลก ขำขัน คำถามกวนๆ shopping for radio accessories ฟังวิทยุจาก สมาร์ทเอฟเอ็ม


support by the expertise in seo (search engine optimization) seo thailand blog , special thanks เกมส์ สุขภาพ หาเพื่อน
Developed by Thaios CMS based on phpNUKE 7.9 Copyright 2007
การสร้างหน้าเอกสาร: 1.19 วินาที