webmaster มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2007 ตอบ: 50
Level:
|
ตอบ: 17/03/2008 6:48 pm ชื่อกระทู้: ตอนนี้ ถือได้ว่า กรมประชาฯ หมดอำนาจหน้าที่ในการดูแลพวกเรา! |
|
|
จากข่าวครับ
กทช.เร่งตั้งคณะอนุฯ ลุยงานใหม่ "วิทยุชุมชน"
พลันที่ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2551 คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก็มีหน้าที่ชั่วคราวในการกำกับดูแลวิทยุชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่อย่างเป็นทางการตามที่ระบุไว้ในบทเฉพาะกาลมาตรา 78 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว
ในระหว่างที่การตั้งองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมตามมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ
แม้ว่า กทช.จะรับทราบภาระที่เพิ่มขึ้นล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนที่กฎหมายบังคับใช้แล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายบังคับใช้จริงดูเหมือน กทช.ก็ยังไม่พร้อมและไม่ทราบจะเดินหน้าในเรื่องนี้อย่างไรดี
เมื่อ 6 มี.ค.2551 ที่ผ่านมา กทช.ได้ประชุมหารือในกระเด็นนี้โดยที่ "สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร" เลขาธิการสำนักงาน กทช.ออกมาชี้แจงว่าในเบื้องต้น กทช.จะเร่งให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ตามมาตรา 79 โดยคณะอนุฯจะมีทั้งหมด 22 คน ประกอบด้วย 3 กลุ่มบุคคลคือผู้ที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมประชา สัมพันธ์ อธิบดีกรมการปกครอง เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้แทน
ส่วนที่ 2 คือผู้ที่เป็นกรรมการโดยการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี 6 คนประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์หรือสื่อสารมวลชน กฎหมายมหาชน และเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่วนที่ 3 คือกรรมการที่มาจากการแต่งตั้งจาก กทช.ประกอบด้วย ประธานสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ประธานสภาองค์กรพัฒนาเด็กและเยาวชน ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ประธานสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ประธาน สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค หรือผู้แทน และเลขาธิการสำนักงาน กทช.เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ โดยคาดว่าภายในเดือนนี้จะพอทราบหน้าตาของอนุกรรมการชุดนี้ได้
นอกจากนี้ กทช.จะทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กทช.ตามบทเฉพาะกาลดังกล่าว
"ขณะนี้ถือว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้หมดอำนาจการกำกับดูแลแล้ว ดังนั้นกิจการอื่นๆ นอกเหนือจากที่บทเฉพาะกาลกำหนดไว้ กทช.จะมีขอบเขตในการดูแลแค่ไหน เพราะในทางปฏิบัติยังมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับมาตราอื่นๆ อีกมาก เช่น กระบวนการออกใบอนุญาต หลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้รับใบอนุญาต ตลอดจนอัตราค่าธรรมเนียมซึ่งต้องหารือกับกฤษฎีกาด้วยเช่นกันว่า กทช.จะมีขอบเขตในจุดนี้อย่างไร" นายสุรนันท์กล่าว
ข่าว : ประชาชาติธุรกิจ
สรุปว่า การกวนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ถือว่าเป็นอำนาจเต็มของ กทช.
ทราบแล้วเปลี่ยน
ฟุ้ง กระจาย ไปกวนข่ายอื่น กำลังเกิน
ปิด สถานเดียว!!!!
|
|